กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ความหมาย และกัญชาเป็นยาเสพติดหรือไม่หลังการประกาศ?
สารบัญ: กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ความหมาย และกัญชาเป็นยาเสพติดหรือไม่หลังการประกาศ?
หลังประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2568 กัญชาเป็นยาเสพติดหรือไม่
การเปลี่ยนแปลงสถานะของกัญชาในประเทศไทยจากยาเสพติดให้โทษมาเป็น “สมุนไพรควบคุม” ได้สร้างความเข้าใจและความสับสนในหมู่ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการประกาศกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ บทความนี้จะเจาะลึกถึงความหมายของการเป็นสมุนไพรควบคุม สถานะทางกฎหมายของกัญชา และสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติตาม เพื่อให้การใช้กัญชาเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย
กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม หมายถึงอะไร?
การที่กัญชาถูกประกาศให้เป็น “สมุนไพรควบคุม” ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข หมายความว่า พืชกัญชา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ช่อดอก” ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสมุนไพรที่มีความสำคัญและต้องมีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและส่งเสริมการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางการแพทย์และการวิจัย ไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้ได้อย่างเสรีโดยปราศจากข้อจำกัดเหมือนสมุนไพรทั่วไป การควบคุมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด และส่งเสริมการใช้ประโยชน์สูงสุดในด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ
กัญชาเป็นยาเสพติดหรือไม่หลังการประกาศ?
นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุดที่หลายคนยังคงสับสน หลังจากการปลดล็อกกัญชาจากบัญชียาเสพติดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 พืชกัญชา (รวมถึงช่อดอกในระยะหนึ่ง) ไม่ถือเป็นยาเสพติดอีกต่อไปในทางปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม ด้วยประกาศล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ที่ระบุให้ ช่อดอกกัญชา เป็นสมุนไพรควบคุมที่ต้องใช้เพื่อการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น และต้องมีใบสั่งแพทย์ ทำให้เกิดความเข้าใจได้ว่าแม้จะไม่กลับไปเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ทั้งต้นแบบเดิม แต่การใช้เพื่อสันทนาการนั้นถูกจำกัดและควบคุมอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น จนเกือบจะเรียกได้ว่าการใช้เพื่อสันทนาการเป็นสิ่งผิดกฎหมาย การประกาศครั้งนี้เป็นการเน้นย้ำว่าประเทศไทยยังคงมุ่งเน้นการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น และกำลังพยายามแก้ไขปัญหาการใช้ที่ไม่เหมาะสมที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
วัตถุประสงค์ของการควบคุมกัญชาในฐานะสมุนไพร
วัตถุประสงค์หลักของการควบคุมกัญชาในฐานะสมุนไพรควบคุมคือ:
- เพื่อการแพทย์และสุขภาพ: ส่งเสริมการนำกัญชาไปใช้ในการรักษาโรค บรรเทาอาการเจ็บป่วย และส่งเสริมสุขภาพตามหลักวิชาการแพทย์แผนปัจจุบันและแผนไทย
- เพื่อการวิจัยและพัฒนา: สนับสนุนการศึกษา วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับกัญชา เพื่อต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
- ป้องกันการใช้ในทางที่ผิด: ควบคุมและจำกัดการเข้าถึงกัญชา โดยเฉพาะช่อดอก เพื่อป้องกันการนำไปใช้เพื่อสันทนาการในที่สาธารณะ หรือการใช้ในกลุ่มบุคคลที่ไม่เหมาะสม (เช่น เด็กและเยาวชน สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร)
- ส่งเสริมเศรษฐกิจ: ควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์กัญชา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ
การซื้อ-ขายกัญชาควรทำอย่างไร?
การซื้อและ การขายกัญชา ภายใต้สถานะสมุนไพรควบคุมมีข้อกำหนดที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดความเสี่ยง:
ผู้ซื้อกัญชาจะต้องทำอย่างไร?
ภายใต้ประกาศล่าสุด ผู้ซื้อกัญชา โดยเฉพาะช่อดอก จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้นอย่างมาก:
- ต้องมีใบสั่งแพทย์: ผู้ซื้อกัญชา จะต้องได้รับใบสั่งยาจากแพทย์แผนปัจจุบัน หรือแพทย์แผนไทยที่ได้รับอนุญาต ซึ่งระบุถึงความจำเป็นทางการแพทย์ในการใช้กัญชา
- ต้องมีใบรับรองแพทย์ (กรณีที่จำเป็น): นอกเหนือจากใบสั่งยา อาจมีการกำหนดให้มีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่า ผู้ซื้อกัญชา มีอาการเจ็บป่วยที่จำเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อการรักษา
- การซื้อจากแหล่งที่ได้รับอนุญาต: ผู้ซื้อกัญชา จะต้องซื้อกัญชาจากแหล่งที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้น เช่น ร้านขายกัญชา ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ หรือ คลินิกกัญชาออกใบอนุญาต
- การใช้ตามคำแนะนำ: ผู้ซื้อกัญชา ต้องใช้กัญชาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
ร้านขายกัญชาต้องทำอย่างไรภายใต้กฎใหม่?
การดำเนินงานของ ร้านขายกัญชา จะอยู่ภายใต้การควบคุมที่เข้มงวดกว่าเดิมมาก:
- การขออนุญาต: ร้านขายกัญชา ทุกแห่งจะต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมาย และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
- จำหน่ายเฉพาะเพื่อการแพทย์: การขายกัญชา โดยเฉพาะช่อดอก จะจำกัดอยู่เฉพาะการจำหน่ายเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์เท่านั้น โดยต้องมีใบสั่งแพทย์ประกอบการขาย
- ห้ามจำหน่ายแก่บุคคลบางกลุ่ม: ร้านขายกัญชา ห้ามจำหน่ายกัญชาให้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร และบุคคลอื่นใดที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด
- การควบคุมการโฆษณาและการจำหน่ายออนไลน์: การขายกัญชา ในรูปแบบการโฆษณาเพื่อสันทนาการ หรือการจำหน่ายออนไลน์ จะถูกห้ามอย่างเด็ดขาด
- การจัดทำบันทึกและรายงาน: ร้านขายกัญชา มีหน้าที่ต้องจัดทำบันทึกการจำหน่าย การครอบครอง และการจ่ายกัญชาอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ และต้องรายงานข้อมูลตามที่หน่วยงานภาครัฐกำหนด
- มาตรฐานสถานที่: สถานที่ตั้งของ ร้านขายกัญชา ต้องเป็นไปตามมาตรฐานสุขลักษณะและความปลอดภัยที่กำหนด
คลินิกกัญชาที่ได้รับใบอนุญาตมีหน้าที่อย่างไร?
คลินิกกัญชาออกใบอนุญาต มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการใช้กัญชาทางการแพทย์:
- การตรวจวินิจฉัยและให้คำปรึกษา: คลินิกกัญชาออกใบอนุญาต มีหน้าที่ตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาว่าการใช้กัญชาเหมาะสมกับอาการเจ็บป่วยหรือไม่ รวมถึงให้คำปรึกษาเกี่ยวกับชนิด ปริมาณ และวิธีการใช้กัญชาที่ถูกต้องและปลอดภัย
- การออกใบสั่งยาและใบรับรองแพทย์: แพทย์ประจำ คลินิกกัญชาออกใบอนุญาต เป็นผู้มีอำนาจในการออกใบสั่งยากัญชาและใบรับรองแพทย์ให้กับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้
- การติดตามผลการรักษา: คลินิกกัญชาออกใบอนุญาต ต้องติดตามผลการรักษาของผู้ป่วยที่ใช้กัญชาอย่างใกล้ชิด ประเมินประสิทธิภาพและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
- การบันทึกข้อมูลผู้ป่วย: ต้องจัดทำประวัติและบันทึกข้อมูลการใช้กัญชาของผู้ป่วยแต่ละรายอย่างละเอียด เพื่อประโยชน์ในการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์
- การปฏิบัติตามกฎหมาย: คลินิกกัญชาออกใบอนุญาต ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงการจัดเก็บกัญชาอย่างปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐาน
ปัจจุบัน กัญชาเป็นยาเสพติดหรือไม่ เพราะอะไร
ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2568 สถานะของกัญชาในประเทศไทยมีความชัดเจนและเข้มงวดมากขึ้น โดยสรุปคือ:
กัญชาในภาพรวม “ไม่ถือเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ทั้งต้น” เหมือนเมื่อก่อน อย่างไรก็ตาม “ช่อดอกกัญชา” ถูกควบคุมเป็น “สมุนไพรควบคุม” ที่ต้องใช้เพื่อการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น และต้องมีใบสั่งแพทย์
ทำไมกัญชาจึงไม่เป็นยาเสพติด
- การปลดล็อกเดิม (9 มิถุนายน 2565): ในอดีตกัญชาถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ทั้งต้น แต่เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ได้มีการปลดล็อกพืชกัญชาทุกส่วนออกจากบัญชียาเสพติด ยกเว้นสารสกัดที่มีสาร THC (Tetrahydrocannabinol) เกิน 0.2% โดยน้ำหนัก ซึ่งยังคงเป็นยาเสพติดอยู่ การปลดล็อกครั้งนั้นทำให้กัญชาสามารถปลูก ครอบครอง และใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ผิดกฎหมายยาเสพติด แต่ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายอื่น ๆ เช่น พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
- ประกาศ “สมุนไพรควบคุม” ฉบับใหม่ (23 มิถุนายน 2568): ล่าสุด นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (คาดว่าเร็วๆ นี้) ใจความสำคัญของประกาศนี้คือ:
- ยกเลิกประกาศฉบับเดิม: มีการยกเลิกประกาศสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2565 ฉบับเดิม
- ช่อดอกเป็นสมุนไพรควบคุม: เฉพาะส่วนของ “ช่อดอก” กัญชา ถูกระบุให้เป็น “สมุนไพรควบคุม”
- ต้องใช้เพื่อการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น: การใช้ช่อดอกกัญชาจะต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น
- ต้องมีใบสั่งแพทย์: ผู้ที่ต้องการซื้อหรือใช้ช่อดอกกัญชา จะต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์แผนปัจจุบันหรือแพทย์แผนไทยที่ได้รับอนุญาต และอาจรวมถึงใบรับรองแพทย์ยืนยันความจำเป็นทางการแพทย์
- ห้ามจำหน่ายออนไลน์และโฆษณาสันทนาการ: ห้ามการจำหน่ายช่อดอกกัญชาผ่านช่องทางออนไลน์ หรือการโฆษณาเพื่อการสันทนาการโดยเด็ดขาด
กัญชากับสถานะปัจจุบัน
- กัญชา “ทั้งต้น” (ยกเว้นช่อดอก) และส่วนอื่นๆ ที่มีสาร THC ไม่เกิน 0.2% โดยน้ำหนัก: ไม่ถือเป็นยาเสพติดให้โทษ แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การควบคุมการเพาะปลูกเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง
- ช่อดอกกัญชา: ไม่กลับไปเป็น “ยาเสพติดให้โทษประเภท 5” แต่ถูกจัดเป็น “สมุนไพรควบคุม“ ที่เข้มงวดมาก โดยจำกัดการใช้เฉพาะทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น ต้องมีใบสั่งแพทย์ และควบคุมการซื้อ-ขายอย่างเข้มข้น การใช้เพื่อสันทนาการในที่สาธารณะยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายและถูกห้ามอย่างชัดเจน
การควบคุมกัญชาที่เข้มงวดมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้กัญชาที่ไม่เหมาะสมเพื่อสันทนาการที่เกิดขึ้นหลังจากปลดล็อกกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด โดยเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์เดิมที่รัฐบาลต้องการผลักดันกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจเท่านั้น เพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กและเยาวชน สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร
การประกาศให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่อดอกกัญชา แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของประเทศไทยที่ต้องการจำกัดการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพเป็นหลัก พร้อมทั้งควบคุมการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการอย่างเข้มงวดที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะไม่ได้กลับไปเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ทั้งต้นแบบเดิม แต่การเข้าถึงและการ ขายกัญชา จะอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดกว่าที่ผ่านมามาก
ร้านขายกัญชา และ คลินิกกัญชาออกใบอนุญาต มีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมายและให้บริการอย่างถูกต้อง ในขณะที่ ผู้ซื้อกัญชา ต้องตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองในการใช้กัญชาอย่างถูกกฎหมายและเหมาะสม จะเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการใช้กัญชาอย่างรับผิดชอบ สร้างชุมชนผู้ปลูกที่เข้มแข็ง และขับเคลื่อนกัญชาให้เป็นพืชเศรษฐกิจและสมุนไพรที่มีคุณค่าอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบของกฎหมายใหม่
ประกาศกระทรวงสาธาณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2568
References Information and Images:
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 (การปลดล็อกกัญชา)
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2565 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2568)
- ประกาศกระทรวงสาธาณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2568
- เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) – หมวดกัญชา
- ข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
- บทความและประกาศจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับนโยบายกัญชาล่าสุดของประเทศไทย (หมายเหตุ: ข้อมูลนี้อ้างอิงจากประกาศและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2568 ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ผู้ที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบประกาศและกฎหมายล่าสุดจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ)
- Image for this article: Unsplash website (unsplash.com)